onerepublic

onerepublic
วงนี้เพราะจริงๆลองฟังดูดิ

26 พฤศจิกายน 2553

ไอติมโบราณกับคุณลุงเสนาะ ผู้ย่ำเท้าไปกว่า 10 กิโลต่อวัน


         แสงแรกแห่งวันได้ส่องมิติผ่านหน้าต่างห้องนอนแล้ว ถึงเวลาที่ฉันจะหยัดยืนสู้ชีวิตอีกครั้ง ทว่าวันนี้คงไม่มีอะไรที่จะต้องรีบร้อนอีกต่อไป ไม่ต้องรีบอาบน้ำแต่งตัว ไม่ต้องยืนชะเง้อชะแง้รอคอยรถโดยสาร ไม่ต้องเบียดเสียดยัดเยียดกับผู้คนบนรถเมล์ วันนี้มันเป็นเพียงวันหยุด (ยาว) ที่ฉันจะได้สัมผัสกับความ "ช้า" ลงเสียบ้าง
        เก้าโมงกว่าๆ ในชุดเดิมที่ฉันไม่ได้สับเปลี่ยน เพราะความอ่อนเพลียเมื่อวันวาน (27) จากการท่องเพชรบุรีและปลูกป่าชายเลน ทำให้ฉันหลับยาวจนกระทั่งเช้า
       เดินลงบันใดมาเอือยๆ ทักทายกับฝูงหมาที่ทำหน้าสลอนอยู่เชิงบันได มันคงจะสงสัยว่าเหตุใดปานนี้เจ้านายของมันยังไม่ไปไหนอีก ฉันเล่นกับมันสักพัก ก่อนจะไปอาบน้ำแต่งตัว ขณะอาบน้ำยังสงสัยตัวเองอยู่ว่า จะอาบน้ำแต่งตัวไปทำไม(วะ) เพราะไหนๆ มันก็ไม่มีที่จะไปแล้ว น่าจะหมกตัวเองอยู่อย่างนี้สักอาทิตย์ คิดว่ากลิ่นคงจะรัญจวนใจน่าดู
       แต่หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ รถไอติมโบราณที่มีคุณลุงเข็นมาขาย ได้ยั่วยวนต่อมน้ำลายเป็นอย่างสูง จากนั้นก็เกิดเก็ตไอเดียปิ๊งๆ ว่า เดินตามลุงไปขายไอติมซะดีกว่า ไวเท่าความคิดรีบไปคว้ากล้องตัวเก่งตามลุงไปทันที
 คุณลุงเสนาะ ในวัย 68 ปี กับรถไอติมรุ่นเก๋า
       ฉันบอกกับคุณลุงว่า วันนี้ขอเดินตามคุณลุงผู้สู้ชีวิตหน่อยได้ไหม อยากจะเรียนรู้ชีวิตของคนๆ หนึ่ง ในการทำมาหากิน ว่ามันจะมีรสชาติและอรรถรสอย่างไร ลุงบอกกับฉันด้วยรอยยิ้มว่า "ได้ แต่ว่าเอ็งจะเดินเมื่อยเสียเปล่าๆ ลุงต้องเดินไปถึงโน้น ยันปากน้ำ จะเดินตามไหวเหรอ"
        "ว่างทั้งชีวิตแล้วลุง เดินวันนี้วันเดียวคงไม่ตาย"
       
        ยอมรับจริงๆ ว่าด้วยวัยขนาดฉันที่เดินตัวเปล่าๆ มีเพียงกล้องถ่ายรูป และสมุดจดเพียง 1 เล่ม ยังเดินตามไม่ทัน ทำให้ลุงต้องหยุดรออยู่บ่อยครั้ง จนต้องบอกลุงว่า เดินตามสบายเถิด เดี๋ยวตามไปเอง
                   
        ฉันถามลุงว่า ทำไมถึงเลือกเดินแทนการขี่จักรยาน ลุงบอกกับฉันว่า มันไม่สะดวก เดินเอาจะดีกว่า ได้หยุดแวะทักทายผู้คนไปเรื่อย ถีบจักรยานมันต้องลงมาตักไอติม แบบนี้ละดีกว่า
       ฉันเดินตามลุงไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีคนเรียกซื้อ ลุงก็จะแนะนำแก่ลูกค้าว่า วันนี้มีผู้ช่วยมาช่วยขาย นี่เดี๋ยวเขาจะขอถ่ายรูป เขาจะเอารูปไปลงบล็อกนะ 5 5 5 5
       ฉันละฮาจริงๆ
คุณป้าซื้อ 20 บาทแถมมีภาชนะมาใส่เองด้วย
       
       คุณป้ารายนี้บอกกับจอมโจรว่า ไอติมของลุงนั้นรสชาติอร่อย มีทั้งความหอม ความหวาน ทั้งมัน กลมกล่อม กินแล้วไม่เลียน อีกทั้งยังราคายังถูกเสียด้วย ที่สำคัญลุงเขาทำเองกับมือ

แต่ละคนที่ซื้อไอติมกับคุณลุงจะมีภาชนะมาใส่เอง
      
      ลุงเสนาะอัธยาศัยดีมากๆ ทั้งๆ ที่ฉันก็ไม่ได้รู้จักมักจี่อะไร เพียงแค่เจอะเจอกันไม่กี่ครั้ง (แต่ละครั้งที่เจอก็คือวันที่ไม่ได้ไปไหน) และอุดหนุนไอติมเพียงไม่กี่ครั้ง แต่ลุงก็ทำให้ฉันรู้สึกว่าเป็นลูกเป็นหลานซะงั้น คอยไต่ถามว่าเดินเมื่อยหรือยัง ทั้งยังหยุดรออีก
คนแก่กับคนแก่เจอกัน ทักทายกันอย่างมีความสุข
        
         ลุงบอกกับฉันว่า การทำไอติมใช่ว่าจะทำกันง่ายๆ ต้องเอาใจใส่ดูแลทุกขั้นตอน เมื่อสินค้าออกมาดีอร่อยแล้ว ที่สำคัญคือคนขาย ต้องรู้จักพูดคุยกับลูกค้าด้วย ต้องบอกว่าเป็นไอติมโบราณ ทำมาจากอะไร แนะนำให้เขาได้รู้จัก ยิ่งสมัยนี้ไอติมประเภทนี้ไม่ค่อยมีให้กินแล้ว

        เสียงไอติมมาราวกับเป็นเสียงสวรรค์ ลูกค้าแทบจะแถกพื้นทางเดินมาให้ถึงลุงไวๆ คุณป้าเจ้านี้ซื้อที 80 บาท ฉันแทบตาลุกวาว แต่คุณลุงบอกว่า นี่ยังน้อยเคยมีคนมาซื้อกับลุง 200 บาทก็ยังมี
       คุณป้าบอกเหมือนกับคนอื่นๆที่บอกกับจอมโจรว่า ไอติมแบบนี้หายาก ไม่ค่อยมี ทั้งๆ ที่ก็เป็นไอติมธรรมดา แต่คนไม่ค่อยนิยมกันแล้ว เดี๋ยวนี้ต้องเป็นสเวนเซน หรือไอติมวอลล์
 พนักงานร้านเสริมสวยก็กินด้วย
       
เข็นมาถึงหน้าปากซอยแล้ว จากตรงนี้ถึงบ้านจอมโจรราวๆ 2 กิโลแล้วครับ
       
       ฉันถามลุงว่า ลุงเข้ามาขายในปั๊มน้ำมันด้วยเหรอ ลุงบอกว่าเข็นมาขายในนี้ทุกวันแหละ มีลูกค้าประจำอยู่สองสามคนที่อุดหนุน
       หนึ่งในนั่นก็คือ       
       และก็คือ 
        คุณลุงแซวกับน้องคนนี้ว่า ดูซิวันนี้ลุงมีช่างภาพส่วนตัวมาด้วย ทำไมไม่แต่งตัวสวยๆ วันนี้จะได้ลงบล็อกด้วยนะเนี้ย ฮ่าๆๆๆ ฉันละขำลุงเสียจริง
       ลุงเข็นมาถึงตัวเมืองปากน้ำแล้วละครับท่าน
        ลุงเล่าประวัติชีวิตให้ฉันฟังคร่าวๆ ว่า ตั้งแต่ปลดเกษียณเมื่อ 13 ปีก่อน ก่อนที่จะมาขายไอติมนี้ ลุงทำอาชีพมาหลายอย่าง ตอนปลดเกษียณใหม่ๆ ลุงไปทำต้นโป๊ยเซียนขายเป็นปีๆ ตอนนั้นฮิตกันมาก แต่พอขายไปได้สักระยะคนก็เริ่มไม่ซื้อและต้องวางมือไป
      จากนั้นก็หันมาทำขนมหวาน ทั้งข้าวเหนียวสังขยา หน้าปลา หน้ากุ้ง หน้ากลอย ทำหลายอย่างมาก แต่ด้วยเรี่ยวแรงที่เริ่มไม่ไหว เพราะไม่มีใครช่วย ทำให้ต้องวางมือไปอีกเช่นกัน
        
       ต่อมาลูกชายได้ไปซื้อสูตรไอติมมา ด้วยเงินจำนวน 50,000 บาท และลุงได้ไปช่วยลูกๆ ขาย ปรากฏว่าลุงได้ยินลูกค้าบอกว่า ไอติมไม่อร่อย ทำให้ลุงรู้สึกไม่ดีมาก พร้อมกับตั้งใจว่าจะต้องพัฒนาไอติมให้ได้
        ลุงเล่าให้ฟังอีกว่า ได้ค่อยๆ ทดลองผสมสัดส่วนไอติม จนกระทั่งลงตัว เลยเอามาเป็นสูตรของตัวเอง และทำเป็นยี่ห้อตัวเองขึ้นมาคือ "ไอติมมังกร"
ข้าราชการก็มาอุดหนุน
       
      ระหว่างที่หยุดรอลูกค้าที่ศาลาว่าการจังหวัดสมุทรปราการ คุณลุงยังเล่าประวัติชีวิตของตัวเองไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้นที่ฟัง ยังมีแม่ค้าพ่อค้ารายอื่นๆ คอยฟังว่าลุงจะเล่าอะไรต่อไปด้วย
      
       ลุงบอกว่า ทุกๆ วันลุงจะเดินอยู่แบบนี้ ประมาณ10 กว่ากิโล นับตั้งแต่บ้านจนถึงตลาดปากน้ำ ประมาณบ่ายสามไอติมก็หมดแล้ว
          ไอติมพล่องไปครึ่งถังใกล้จะหมดแล้วละคับ
        ลุงบอกว่า หากใครที่สนใจไอติมโบราณของลุงนั้น สามารถติดต่อคุณลุงได้โดยตรง ที่บ้านเลขที่ 30/199 พร้อมมิตรซอย 4 หมู่ 3 ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 10270 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์             085-229-1727      
       ใครที่สนใจไอติมโบราณรสชาติอร่อยๆ ที่คุณลุงทำเองกับมือ ลองติดต่อพูดคุยกับลุงเสนาะ เพื่อจะได้ให้ลุงมีรายได้ และจะได้ไม่ต้องเดินให้เหนื่อยในวัยที่ใกล้จะ 70 ปีเข้าไปทุกที
โดย จอมโจร